• iTopPlus185987448477
  • iTopPlus672781193740
  • iTopPlus566868146774
เกี่ยวกับเรา

ห้างฯไทยนครก่อตั้งขึ้นโดย "นายสมจิตต์ เที่ยงธรรม" เมื่อปี 2475 ปีเดียวกับที่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เดิมทีครอบครัวของนายสมจิตต์เป็นคนระยอง มีกิจการด้านการค้าขายของพื้นเมือง และเรือขนสินค้า แต่เมื่อนายสมจิตต์เดินทางไปเที่ยวทางใต้ และได้เห็นเครื่องถมของเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องถมที่มีคุณภาพดีและงดงามที่สุด จึงเล็งเห็นโอกาสที่จะนำเครื่องถมมาผลิตเป็นเรื่องเป็นราวที่กรุงเทพฯ นายสมจิตต์ได้ชักชวนช่างทำเครื่องถมจากนครฯ 3-4 คน มาเปิดร้านเล็กๆ แถวปากคลองตลาด เมื่อกิจการไปได้ดี จึงขยายไปเปิดเป็นโรงงานอยู่ย่านสะพานพุทธ ก่อนที่จะมาปักหลักอยู่ที่บริเวณสะพานวันชาติ เฉกเช่นทุกวันนี้ และเมื่อรวบรวมช่างฝีมือดีที่สมัครใจตาม “สมจิตต์” ขึ้นมาและร่วมกันสร้างกิจการ หสน.ไทยนครขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2475 นั้น กิจการต่างๆเริ่มต้นด้วยดี มีการผลิตผลงานออกมาเป็นที่ประจักษ์และยอมรับจากสังคม พ.ศ. 2489 ไทยนคร 

iTopPlus411738286220

ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 โปรดเกล้าฯ ให้ หสน. ไทยนคร ให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยพระราชทานตรา “พระครุฑพ่าห์” ประดับอยู่ที่หน้าร้าน ซึ่งเป็นความภูมิใจยิ่งของ หสน.ไทยนคร เพราะในเมืองไทยบริษัทห้างร้านเอกชนจะได้รับพระราชทานตราตั้งลักษณะดังกล่าวมีเพียงไม่กี่รายเท่านั้น

    เครื่องถม ถือเป็นศิลปะเก่าแก่ ของไทยที่ควรค่า แก่การอนุรักษ์ ไม่แพ้ศิลปะแขนงอื่นๆ เพราะนอกจากจะเป็นศิลปะชั้นสูง ที่สงวนไว้เฉพาะสำหรับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โดยสันนิษฐานว่า ได้รับอิทธิพลมาจากเครื่องถม ของเปอร์เซียหรืออินเดียแล้ว ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และจิตใจชนิด ที่ไม่สามารถประเมินได้ 


    เครื่องเงินไทย หมายถึง เครื่องเงินชนิดที่ทำเป็นเครื่องรูปพรรณ เครื่องถม และเครื่องลงยาสีที่ทำในประเทศไทยทำด้วยโลหะเงินมาตรฐาน ให้มีโลหะอื่น ๆ เจือปนได้ไม่เกิน ร้อยละ 7.5 ของ น้ำหนัก ส่วนประกอบของเครื่องเงินไทย ต้องแข็งแรง ทนทาน มีลวดลายที่ชัดเจน เรียบร้อย ในประเทศไทยมีหลักฐานของการใช้โลหะเงินมาตั้งแต่ ก่อนยุคทวาราวดี เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ในแต่ละท้องถิ่น ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคเหนือ โดยเฉพาะ เครื่องเงินของล้านนา นับว่ามีชื่อเสียงมาก กระบวนการผลิตเครื่องเงิน มีขั้นตอนสำคัญ 3 ขั้นตอน คือ 

1.การหลอม เป็นขั้นตอนแรกในการผลิต เป็นการเตรียมวัตถุดิบ เพื่อใช้ทำงานขั้นต่อไป
2.การขึ้นรูป เป็นการเตรียมภาชนะให้เป็นรูปแบบตามต้องการ โดยทั่วไป มี 6 แบบ คือ การขึ้นรูปด้วยค้อน ด้วยการตัดต่อ ด้วยการหล่อ ด้วยการชักลวด ด้วยการสาน และด้วยการบุ
3.การตกแต่งเครื่องเงิน เป็นการทำงานขั้นสุดท้าย เพื่อให้เกิดความสวยงาม วิธีการตกแต่งเครื่องเงินโดยทั่วไป มี 7 ลักษณะ คือ การสลักดุน การเพลา การแกะลายเบา การถมยาดำ การถมยาทอง หรือตะทอง การลงยาสี และการประดับหรือฝังอัญมณี ลวดลายที่ปรากฎอยู่ในเครื่องเงินไทย มักเป็นลวดลายธรรมชาติ รูปเทวดา รูปสัตว์หิมพานต์ รูปตัวละครในวรรณคดี รูปสัตว์ 12 ราศี และลวดลายไทย
    เครื่องถม จัดเป็นงานประณีตศิลป์ชนิดหนึ่งที่มีมาแต่โบราณ และสืบทอดต่อมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของเครื่องถม ไว้ว่า " เรียก ภาชนะหรือเครื่องประดับที่ทำ โดยใช้ผงยาดำผสมน้ำประสานทองถมลง บนลวดลายที่ แกะสลักบนภาชนะ หรือเครื่องประดับนั้น แล้วขัดผิวให้เงางาม ว่า เครื่องถม หรือ ถม เช่น ถมนคร ถมทอง ถมเงิน..." เครื่องถม มีหลายประเภท จำแนกได้ดังนี้ 

1.ถมดำ หรือ ถมเงิน เป็นการทำเครื่องถมที่เก่าที่สุด ทำโดยการแกะสลักลวดลาย ลงบนพื้นผิวภาชนะเครื่องเงิน จนเป็นร่องลึกแล้วลงยาถมดำลงไปในร่องลึกนั้นจนเต็ม
2.ถมตะทอง โดยการใช้ "ทองเปียก" เป็นแผ่นทองบดละเอียดผสมปรอทบริสุทธิ์แล้วนำมาถมลายที่สลักไว้
3.ถมปัด ทำจากภาชนะที่เป็นทองแดงและลงน้ำยาสีต่าง ๆ

                        ห้างหุ้นส่วนสามัญไทยนครช่างถมทองเงินหลวง และผู้ผลิตเครื่องถมทองเงินเก่าแก่กว่า 85 ปี ของเมืองไทย 
                            จึงยืนหยัดขอทำหน้าที่ สานต่อตำนานเครื่องถมไทย เพื่ออนุรักษ์ไว้ให้เป็นสมบัติของชาติต่อไป


    เครื่องถม ถือเป็นศิลปะเก่าแก่ ของไทยที่ควรค่า แก่การอนุรักษ์ ไม่แพ้ศิลปะแขนงอื่นๆ เพราะนอกจากจะเป็นศิลปะชั้นสูง ที่สงวนไว้เฉพาะสำหรับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โดยสันนิษฐานว่า ได้รับอิทธิพลมาจากเครื่องถม ของเปอร์เซียหรืออินเดียแล้ว ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และจิตใจชนิด ที่ไม่สามารถประเมินได้ 


    เครื่องเงินไทย หมายถึง เครื่องเงินชนิดที่ทำเป็นเครื่องรูปพรรณ เครื่องถม และเครื่องลงยาสีที่ทำในประเทศไทยทำด้วยโลหะเงินมาตรฐาน ให้มีโลหะอื่น ๆ เจือปนได้ไม่เกิน ร้อยละ 7.5 ของ น้ำหนัก ส่วนประกอบของเครื่องเงินไทย ต้องแข็งแรง ทนทาน มีลวดลายที่ชัดเจน เรียบร้อย ในประเทศไทยมีหลักฐานของการใช้โลหะเงินมาตั้งแต่ ก่อนยุคทวาราวดี เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ในแต่ละท้องถิ่น ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคเหนือ โดยเฉพาะ เครื่องเงินของล้านนา นับว่ามีชื่อเสียงมาก กระบวนการผลิตเครื่องเงิน มีขั้นตอนสำคัญ 3 ขั้นตอน คือ 

1.การหลอม เป็นขั้นตอนแรกในการผลิต เป็นการเตรียมวัตถุดิบ เพื่อใช้ทำงานขั้นต่อไป
2.การขึ้นรูป เป็นการเตรียมภาชนะให้เป็นรูปแบบตามต้องการ โดยทั่วไป มี 6 แบบ คือ การขึ้นรูปด้วยค้อน ด้วยการตัดต่อ ด้วยการหล่อ ด้วยการชักลวด ด้วยการสาน และด้วยการบุ
3.การตกแต่งเครื่องเงิน เป็นการทำงานขั้นสุดท้าย เพื่อให้เกิดความสวยงาม วิธีการตกแต่งเครื่องเงินโดยทั่วไป มี 7 ลักษณะ คือ การสลักดุน การเพลา การแกะลายเบา การถมยาดำ การถมยาทอง หรือตะทอง การลงยาสี และการประดับหรือฝังอัญมณี ลวดลายที่ปรากฎอยู่ในเครื่องเงินไทย มักเป็นลวดลายธรรมชาติ รูปเทวดา รูปสัตว์หิมพานต์ รูปตัวละครในวรรณคดี รูปสัตว์ 12 ราศี และลวดลายไทย
    เครื่องถม จัดเป็นงานประณีตศิลป์ชนิดหนึ่งที่มีมาแต่โบราณ และสืบทอดต่อมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของเครื่องถม ไว้ว่า " เรียก ภาชนะหรือเครื่องประดับที่ทำ โดยใช้ผงยาดำผสมน้ำประสานทองถมลง บนลวดลายที่ แกะสลักบนภาชนะ หรือเครื่องประดับนั้น แล้วขัดผิวให้เงางาม ว่า เครื่องถม หรือ ถม เช่น ถมนคร ถมทอง ถมเงิน..." เครื่องถม มีหลายประเภท จำแนกได้ดังนี้ 

1.ถมดำ หรือ ถมเงิน เป็นการทำเครื่องถมที่เก่าที่สุด ทำโดยการแกะสลักลวดลาย ลงบนพื้นผิวภาชนะเครื่องเงิน จนเป็นร่องลึกแล้วลงยาถมดำลงไปในร่องลึกนั้นจนเต็ม
2.ถมตะทอง โดยการใช้ "ทองเปียก" เป็นแผ่นทองบดละเอียดผสมปรอทบริสุทธิ์แล้วนำมาถมลายที่สลักไว้
3.ถมปัด ทำจากภาชนะที่เป็นทองแดงและลงน้ำยาสีต่าง ๆ

ห้างหุ้นส่วนสามัญไทยนครช่างถมทองเงินหลวง และผู้ผลิตเครื่องถมทองเงินเก่าแก่กว่า 85 ปี ของเมืองไทย 
จึงยืนหยัดขอทำหน้าที่ สานต่อตำนานเครื่องถมไทย เพื่ออนุรักษ์ไว้ให้เป็นสมบัติของชาติต่อไป